August 10, 2026

‘โซจีซอบ’ เปิดใจซีรีส์ฮิต ‘Agent Kim Reactivated’ คือจุดเริ่มต้นบทใหม่ในชีวิตการทำงานบันเทิง

แม้นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ โซจีซอบ (So Ji-sub) จะคร่ำหวอดอยู่ในวงการบันเทิงมานานเกือบ 3 ทศวรรษ แต่ความสำเร็จระดับโลกของผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดอย่าง “Agent Kim Reactivated” กลับทำให้เขารู้สึกประหลาดใจจนเหมือนกับกำลังอยู่ในรายการซ่อนกล้อง

ซีรีส์แนวแอ็กชันดราม่าจากช่อง SBS ที่ออกอากาศสตรีมมิ่งทั่วโลกทาง Netflix เรื่องนี้ บอกเล่าเรื่องราวของพนักงานบัญชีธนาคารบุคลิกเรียบร้อย ผู้ถูกบังคับให้ต้องขุดอดีตอันตรายของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งเพื่อช่วยลูกสาววัยรุ่นที่ถูกลักพาตัวไป ซึ่งทั้งผู้ชมและนักวิจารณ์ต่างยกย่องให้ซีรีส์เรื่องนี้เป็น “John Wick เวอร์ชั่นเกาหลี” พร้อมชื่นชมการผสมผสานระหว่างมุกตลกที่คมคาย ดราม่าบีบหัวใจ และฉากแอ็กชันอันดุเดือดได้อย่างลงตัว

กระแสตอบรับเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยตัวซีรีส์สามารถทำเรตติ้งผู้ชมในประเทศเกาหลีใต้ทะลุ 20% ได้ภายในเวลาเพียง 4 ตอนแรก ขึ้นแท่นเป็นซีรีส์วันศุกร์-เสาร์ ที่ทำเรตติ้งสูงสุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของช่อง SBS ทั้งยังครองอันดับ 1 บนชาร์ต Global Top 10 (หมวดรายการทีวีภาษาต่างประเทศ) ของ Netflix ติดต่อกันยาวนานถึง 3 สัปดาห์

ในการให้สัมภาษณ์กับ Park Jin-hai ผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าว The Korea Times ณ คาเฟ่แห่งหนึ่งในกรุงโซล เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โซจีซอบเปิดเผยความรู้สึกว่า “เอาเข้าจริง การที่เรตติ้งพุ่งไปถึง 20% เป็นเรื่องที่ผมเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อครับ ทั้งนักแสดงคนอื่นและผู้กำกับต่างพากันถามกันเองตลอดเวลาว่า ‘นี่คือเรื่องจริงเหรอ?'”

โซจีซอบ ซึ่งเดบิวต์งานแสดงมาตั้งแต่ปี 1997 ตัดสินใจรับเล่นโปรเจกต์นี้เนื่องจากกำลังมองหาบทบาทที่เน้นฉากแอ็กชันเข้มข้น หลังจากเคยฝากผลงานไว้ในซีรีส์ปี 2025 เรื่อง “Mercy for None” ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตัดสินใจรับบทนำในเรื่องนี้อย่างจริงจัง กลับเป็นมิติทางอารมณ์ที่อยู่เบื้องหลังความรุนแรงเหล่านั้น

“นอกจากเรื่องฉากแอ็กชันแล้ว ผมพบว่าปูมหลังและความเศร้าเสียใจของตัวละคร ‘คิม’ มีความน่าสนใจและดึงดูดใจมากครับ” โซจีซอบอธิบาย “นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ผมได้สวมบทบาทเป็นพ่อที่มีลูกอยู่ในวัยมัธยมปลาย แม้จะรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่ผมก็มองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงให้เห็นอีกมุมหนึ่งของตัวเอง”

ขณะที่ผู้ชมต่างชื่นชมว่าซีรีส์ดำเนินเรื่องได้อย่างกระชับฉับไวและสะใจ แต่โซจีซอบเชื่อว่าเสน่ห์ของเรื่องนี้มีมิติที่ลึกซึ้งกว่านั้น

“ผมเคยตั้งคำถามเหมือนกันว่า ซีรีส์เรื่องนี้มีดีแค่ความรวดเร็วและตื่นเต้นจริงหรือเปล่า” เขากล่าว “แต่ผมคิดว่ามันมีอารมณ์ความรู้สึกบางอย่างที่ส่งไปถึงใจคนดูได้จริงๆ มีคุณพ่อหลายคนที่รู้จักส่งข้อความมาหาผมเยอะมาก บอกว่าพวกเขารู้สึกอินและเข้าใจความรู้สึกของตัวละครนี้มากๆ”

น้ำหนักทางอารมณ์ดังกล่าวยังถูกถ่ายทอดลงไปในฉากต่อสู้โดยตรง เขาได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับคิวบู๊อย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าฉากต่อสู้ทุกฉากมีเอกลักษณ์และขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ของตัวละคร

“เราตกลงกันว่าจะลดฉากแอ็กชันที่ไม่สื่ออารมณ์ให้เหลือน้อยที่สุดครับ” เขากล่าว “ตัวละครคิมไม่ได้ออกไปเพื่อฆ่าคน เป้าหมายเดียวของเขาคือการตามหาลูกสาว หากสังเกตดีๆ แม้กระทั่งตอนที่เขายิงปืน เขาจะเล็งไปที่แขนหรือขาเท่านั้น เพราะเป้าหมายของเขาไม่ใช่การแก้แค้นหรือการเข่นฆ่า”

หนึ่งในฉากไฮไลต์สำคัญของเรื่องคือฉากการต่อสู้ด้วยมีดในตอนที่ 5 ระหว่างตัวละครของเขากับสายลับเกาหลีเหนือ (รับบทโดย คิมซองกยู) ซึ่งถ่ายทำในตรอกแคบๆ ระหว่างตู้คอนเทนเนอร์ โดยใช้ไฟเครนสูงส่องกระทบให้เกิดเงายาวบนพื้น และถ่ายทำด้วยมุมมองจากด้านบนทั้งหมด (Bird’s-eye view) ซึ่งโซจีซอบยกให้ฉากนี้เป็นฉากที่เขาชอบที่สุดในการถ่ายทำ

“ผมชอบพลังดิบๆ ทางร่างกายที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ในระยะประชิดครับ” โซจีซอบกล่าว “ผมเชื่อว่าซีรีส์และภาพยนตร์ที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องมีคำอธิบายที่เยิ่นเย้อ เพราะสายตาและการเคลื่อนไหวทางร่างกายสามารถบอกเล่าทุกอย่างได้ทั้งหมดอยู่แล้ว”

ในฐานะที่เป็นแฟนตัวยงของภาพยนตร์คลาสสิกของ เฉินหลง (Jackie Chan) รวมถึงซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนเข้มข้นอย่าง “Peaky Blinders” เขาได้แสดงความปรารถนาที่จะเห็นโปรเจกต์แนวแอ็กชัน-นัวร์ที่มีความละเมียดละไมมากขึ้นในสื่อเกาหลี

“ในแนวหนังนัวร์เกาหลี เรามักจะเห็นภาพจำเดิมๆ ของนักเลงหรือมาเฟีย แต่ผมอยากทำผลงานที่ผู้ชายที่มีเสน่ห์และคมคายมาปะทะกันทางร่างกายในสไตล์ที่เท่และมีศิลปะครับ” โซจีซอบกล่าวเสริม พร้อมบอกว่าเขาอยากจะรับบทแอ็กชันให้มากขึ้นในขณะที่ร่างกายยังอำนวย โดยมีเงื่อนไขว่าแรงจูงใจของตัวละครนั้นๆ ต้องมีความสมจริง

เมื่อมองย้อนกลับไปถึงเส้นทางอาชีพนักแสดง เขานึกถึงมุมมองความคิดของตัวเองที่เปลี่ยนไปตามวัย เมื่อก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักแสดงรุ่นใหญ่ในกองถ่าย สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและดีใจที่สุดเกี่ยวกับความสำเร็จของซีรีส์เรื่องนี้ คือการที่ทีมงานและนักแสดงทุกคนได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากความทุ่มเททำงานหนัก

“หากซีรีส์เรื่อง ‘I’m Sorry, I Love You’ ในปี 2004 คือการเปิดฉากบทแรกในชีวิตการเป็นนักแสดงของผม” โซจีซอบกล่าวทิ้งทาย “ผมคิดว่า ‘Agent Kim Reactivated’ ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดฉากบทที่สองในชีวิตการแสดงของผมเช่นกันครับ”

รายงานข่าวโดย: Park Jin-hai (The Korea Times)

แปลและเรียบเรียงไทยโดย Sayhikorea.com