เผยหลักฐานมัดตัว! ตำรวจแฉ กาเซยอน’ แก้ชื่อแชต-ใช้ AI ปลอมเสียง ทำลาย ‘คิมซูฮยอน’ ทั้งเป็น ด้านทนายชี้เป็นอาชญากรรมลวงโลก
จากกรณีที่สำนักงานอัยการได้ยื่นขออนุมัติหมายจับ คิมเซอึย (Kim Se-ui) ตัวแทนของช่อง YouTube สายแฉ ‘Garo Sero Research Institute’ (가로세연구소) ในข้อหาหมิ่นประมาทและสร้างหลักฐานเท็จโจมตีพระเอกหนุ่ม คิมซูฮยอน (Kim Soo-hyun) ล่าสุดเริ่มมีความคืบหน้าจากฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เปิดเผยถึงพฤติกรรมการปลอมแปลงหลักฐานอย่างน่าตกใจ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยกู้ชื่อเสียงให้กับคิมซูฮยอนหลังจากต้องพักงานไปนานกว่า 1 ปี
สถานีตำรวจภูธรกังนัม ได้ระบุในคำร้องขออนุมัติหมายจับอย่างชัดเจนว่า “ผู้ต้องหารับรู้อยู่เต็มอกว่า คิมซูฮยอน และผู้ล่วงลับ (คิมแซรน) ไม่เคยคบหากันในตอนที่ฝ่ายหญิงยังเป็นผู้เยาว์ แต่ยังคงเจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จเพื่อการใส่ร้ายป้ายสี” โดยทางตำรวจสรุปว่า ทั้งภาพแชต KakaoTalk และไฟล์เสียงบันทึกบทสนทนาที่ช่องดังกล่าวนำมาอ้าง “ล้วนเป็นของปลอม”
เปิดโปงวิธีการปลอมหลักฐาน: ตัดต่อแชต สังเคราะห์เสียง AI
จากการสืบสวนของตำรวจพบว่า คิมเซอึย ได้ใช้วิธีการสกปรกในการสร้างหลักฐานเท็จ ดังนี้:
- ปลอมแปลงภาพแชต: ผู้ต้องหาได้นำภาพแคปหน้าจอโซเชียลมีเดียปี 2016 ที่ได้รับมาจากทางญาติของผู้ล่วงลับ มาทำการ “แก้ไขชื่อคู่สนทนาเป็น คิมซูฮยอน” พร้อมใส่รูปโปรไฟล์ของนักแสดงหนุ่มเข้าไปเอง เพื่อให้ดูเหมือนว่าทั้งคู่คุยกัน
- ใช้ AI ปลอมเสียง: ไฟล์เสียงสนทนาที่ถูกนำมาเปิดเผยในงานแถลงข่าวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถูกตรวจสอบแล้วว่าเป็นไฟล์เสียงที่ “สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)” เพื่อปลอมแปลงเป็นเสียงของผู้ล่วงลับ
ด้วยความร้ายแรงของคดีที่มีการทำกันเป็นขบวนการ มีความเสี่ยงในการทำลายหลักฐาน และอาจกระทำความผิดซ้ำ ทางอัยการจึงได้ยื่นขอหมายจับอย่างเป็นทางการ โดยศาลกลางกรุงโซลมีกำหนดนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 26 พฤษภาคมนี้
ย้อนรอยชนวนเหตุ 1 ปีแห่งความทุกข์ทรมานของ คิมซูฮยอน
มหากาพย์ดราม่านี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว เมื่อช่องดังกล่าวและญาติของคิมแซรนร่วมมือกันออกมาอ้างว่า คิมซูฮยอนแอบคบหากับฝ่ายหญิงมานานถึง 6 ปี ตั้งแต่เธอยังไม่บรรลุนิติภาวะ
แม้ในตอนนั้น คิมซูฮยอนจะรีบตั้งโต๊ะแถลงข่าวปฏิเสธทันที โดยชี้แจงความจริงว่า “เคยคบหากันจริงเป็นเวลา 1 ปี แต่เป็นช่วงปี 2019 หลังจากที่ฝ่ายหญิงบรรลุนิติภาวะและเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น” แต่กระแสสังคมที่โหมกระหน่ำทำให้ชีวิตของเขาพังทลายลงในพริบตา คิมซูฮยอนถูกถอดออกจากรายการวาไรตี้ ผลงานซีรีส์ที่เขาแสดงนำถูกเลื่อนฉายออกไปอย่างไม่มีกำหนด และยังถูกสปอนเซอร์และเจ้าของแบรนด์โฆษณาหลายเจ้าฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวมกันหลายพันล้านวอน
ทางด้าน ทนายความโกซังร็อก ตัวแทนทางกฎหมายของคิมซูฮยอน ได้ออกมาประณามการกระทำครั้งนี้อย่างรุนแรงว่า “คดีนี้คืออาชญากรรมลวงโลกครั้งใหญ่ระดับชาติ ที่จงใจใช้หลักฐานปลอมเพื่อฝังศพผู้บริสุทธิ์ให้ตายทั้งเป็นในทางสังคม” ซึ่งทางฝั่งคิมซูฮยอนได้ทำการฟ้องกลับคู่กรณีทั้งหมดในข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสูงถึง 1.2 หมื่นล้านวอน (ประมาณ 320 ล้านบาท)
ขณะเดียวกัน หลังจากความจริงเริ่มปรากฏ ฝ่ายการเมืองอย่าง อีจุนซอก หัวหน้าพรรค Reform New Party ก็ได้ออกมาโพสต์แสดงความยินดีที่ความบริสุทธิ์ของนักแสดงหนุ่มได้รับการพิสูจน์ พร้อมกล่าวว่า “อาวุธที่ทำลายศักดิ์ศรีของมนุษย์คนหนึ่งได้รับการยืนยันจากตำรวจแล้วว่าเป็นของปลอม ผมจะรอคอยวันที่คุณคิมซูฮยอนได้กลับคืนสู่หน้าจอด้วยผลงานดี ๆ อีกครั้ง”
(ข้อมูลจาก: Medical Today โดยนักข่าว อีกาอึล)
เรียบเรียงและแปลไทยโดย Sayhikorea.com